หลายคนเข้าใจว่า "พินัยกรรม" คือเอกสารที่เขียนว่าทรัพย์สินจะยกให้ใคร แต่ในทางกฎหมาย พินัยกรรมมีอยู่ด้วยกัน 5 แบบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1655 ซึ่งแต่ละแบบมีวิธีการทำที่แตกต่างกัน หากทำไม่ถูกต้องตามแบบ พินัยกรรมอาจ ตกเป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้เลย

บทความนี้จะอธิบายพินัยกรรมทั้ง 5 แบบ พร้อมข้อควรระวังที่พบบ่อย เพื่อให้คุณทำพินัยกรรมได้อย่างถูกต้องและมีผลทางกฎหมาย

พินัยกรรม 5 แบบ ตามมาตรา 1655

แบบพินัยกรรมมาตราสรุปโดยย่อ
1. แบบธรรมดา (เขียนเองทั้งฉบับ)1656ผู้ทำพินัยกรรมเขียนเองทั้งหมด ลงวันเดือนปีและลายมือชื่อ
2. แบบเขียนเองทั้งหมด1657เขียนเอง ทำเองทั้งหมด แต่ไม่มีพยาน (แบบพิเศษ)
3. แบบเอกสารฝ่ายเมือง1658ทำต่อหน้านายทะเบียน/เจ้าหน้าที่ ตามแบบที่กฎหมายกำหนด
4. แบบเอกสารลับ1660ทำเป็นความลับ มอบให้เจ้าพนักงานเก็บรักษา
5. แบบวาจา1663กล่าวด้วยวาจาต่อหน้าพยาน 2 คน ในกรณีฉุกเฉิน

1. พินัยกรรมแบบธรรมดา (มาตรา 1656)

เป็นแบบที่นิยมทำกันมากที่สุด ผู้ทำพินัยกรรมต้อง เขียนพินัยกรรมนั้นเองทั้งหมด ด้วยมือของตัวเอง ลงวันเดือนปีที่ทำ และลงลายมือชื่อของตน ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน ซึ่งพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองในขณะเดียวกัน

ข้อควรระวัง: หากพิมพ์ดีดหรือให้ผู้อื่นเขียนแทนจะไม่ใช่แบบธรรมดา และการขีดฆ่าแก้ไขข้อความต้องลงลายมือชื่อกำกับทุกจุดแก้ไข มิฉะนั้นการแก้ไขอาจไม่มีผล

2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งหมด (มาตรา 1657)

ผู้ทำต้องเขียน ทั้งหมดด้วยตนเอง ตั้งแต่อักษรตัวแรกจนถึงตัวสุดท้าย ลงวันเดือนปีและลายมือชื่อ ไม่ต้องมีพยาน แบบนี้สะดวกและรักษาความลับได้ดีที่สุด

ข้อควรระวัง: ต้องเขียนด้วยลายมือตนเองจริง ๆ 100% หากมีบางตอนพิมพ์หรือเขียนโดยผู้อื่นปนอยู่ พินัยกรรมทั้งฉบับอาจตกเป็นโมฆะตามคำพิพากษาฎีกา

3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง (มาตรา 1658)

ทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน (นายทะเบียนอำเภอ/เขต หรือผู้ที่กฎหมายกำหนด) โดยผู้ทำต้องบอกข้อความพินัยกรรมให้เจ้าพนักงานจดลงไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน แล้วให้ผู้ทำ เจ้าพนักงาน และพยานลงลายมือชื่อร่วมกัน

4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ (มาตรา 1660)

ผู้ทำลงลายมือชื่อในเอกสาร แล้วปิดผนึก มอบให้เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ ต่อหน้าพยาน 2 คน โดยเจ้าพนักงานจะจดลงไว้และเก็บรักษาเป็นความลับ เหมาะกับผู้ที่ต้องการปกปิดเนื้อหาแม้กระทั่งจากเจ้าหน้าที่

5. พินัยกรรมแบบวาจา (มาตรา 1663)

ใช้ในกรณีที่ผู้ทำ ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย เช่น เจ็บป่วยหนัก หรือประสบภัยพิบัติ กล่าวด้วยวาจาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนที่อยู่พร้อมกัน โดยให้ผู้ตายกล่าวว่าสิ่งนี้คือความประสงค์ครั้งสุดท้ายของตน

ข้อควรระวัง: พินัยกรรมแบบวาจาจะสิ้นผลเมื่อพ้นกำหนด 1 เดือนนับแต่ผู้ทำพ้นจากอันตรายใกล้ความตาย หากยังมีชีวิตอยู่และไม่ทำพินัยกรรมแบบอื่นแทนภายในเวลานั้น

ใครเป็นผู้ทำพินัยกรรมได้?

  • ต้องเป็นบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีบริบูรณ์) และไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
  • บุคคลอายุ 15-20 ปี ทำพินัยกรรมแบบธรรมดาได้ตามมาตรา 25 แต่จะทำแบบอื่นไม่ได้

ใครเป็นพยานในพินัยกรรมไม่ได้?

  • ผู้เยาว์หรือคนวิกลจริต
  • บุคคลซึ่งไม่สามารถอ่านเขียนหนังสือได้
  • ผู้รับประโยชน์ตามพินัยกรรม หรือคู่สมรสของผู้รับประโยชน์

สรุปสิ่งที่ควรจำ

  1. ทำพินัยกรรมแล้วต้อง ลงวันเดือนปีและลายมือชื่อให้ครบถ้วน
  2. เลือกแบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์ หากไม่แน่ใจควรปรึกษาทนายความก่อน
  3. เก็บพินัยกรรมไว้ในที่ปลอดภัย แจ้งญาติหรือคนสนิทให้ทราบตำแหน่ง
  4. เมื่อมีทรัพย์สินใหม่หรือสถานการณ์เปลี่ยน ควรพิจารณาทำพินัยกรรมใหม่แทนฉบับเดิม
  5. หากพินัยกรรมทำไม่ถูกต้องแบบ อาจตกเป็นโมฆะ และทรัพย์สินจะตกทอดตามกฎหมายมรดกแทน
ต้องการทำพินัยกรรมหรือปรึกษาเรื่องมรดก? ทนายความของเราสามารถร่างพินัยกรรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมดูแลเรื่องการจัดการมรดกทั้งหมด โทร 093-096-1855 หรือทัก Line @thamlaws เพื่อปรึกษาฟรี