ทุกวันนี้การโดนด่า โดนแชร์ข้อมูลเท็จ หรือโดนแฮกบัญชีในโซเชียลมีเดีย กลายเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดปัญหาหนึ่ง แต่หลายคนไม่รู้ว่าในทางกฎหมายไทย เราสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำได้ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง
ฟ้องได้ 2 ทาง: คดีอาญา และ คดีแพ่ง
- คดีอาญา — ฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และถ้าเป็นการโฆษณา/เผยแพร่ต่อสาธารณชน (มาตรา 328) โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี
- คดีแพ่ง — เรียกค่าเสียหายจากความเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ และความสามารถในการประกอบอาชีพ
หมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา
การหมิ่นประมาทคือการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ซึ่งการโพสต์ในโซเชียลมีเดียถือเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เพราะเผยแพร่ต่อสาธารณชน ระวางโทษสูงกว่าการหมิ่นประมาททั่วไป
ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
นอกจากคดีหมิ่นประมาทแล้ว ยังมี พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่คุ้มครองผู้เสียหายในโลกออนไลน์โดยเฉพาะ เช่น
- มาตรา 14 — นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น เช่น โพสต์ข่าวปลอม แชร์ข้อมูลเท็จใส่ร้ายผู้อื่น
- มาตรา 5 — เข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยมิชอบ (แฮกบัญชี)
- มาตรา 9 — ทำลาย/แก้ไข/เปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้อื่นโดยมิชอบ
วิธีเก็บหลักฐานให้ฟ้องได้ผล
- ถ่ายภาพหน้าจอ (Screenshot) ไว้ทันที พร้อมบันทึกเวลาและวันที่
- บันทึก URL / ลิงก์ ของโพสต์และโปรไฟล์ผู้กระทำ
- อย่าลบหรือแก้ไขกระทู้เองก่อนแจ้งความ เพราะตำรวจจะใช้เป็นหลักฐาน
- เก็บหลักฐานการเผยแพร่ เช่น จำนวนผู้เห็น จำนวนแชร์ (ช่วยคำนวณค่าเสียหาย)
- ให้ทนายความทำหนังสือประเมินความเสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานก่อนฟ้อง
ทำไมต้องให้ทนายความช่วย?
คดีออนไลน์ต้องใช้หลักฐานดิจิทัลที่ถูกต้องตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อให้ศาลรับฟังได้ และการกำหนดค่าเสียหายต้องอาศัยการรวบรวมหลักฐานความเสียหายที่ครบถ้วน ทนายความจะช่วยวางแผนตั้งแต่การแจ้งความไปจนถึงการฟ้องคดีให้ได้ผลสูงสุด

